Support
luxe99shop
086 307 2590, 085 060 6792
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ


จำหน่ายยางรถยนต์คุณภาพดีราคาถูก

ยินดีต้อนรับสู่เว็บ luxe99shop

เราเป็นศูนย์จำหน่ายยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ ราคาโดนใจแน่นอน ถูกที่สุดในย่านนี้ เราเป็นผู้นำเข้าจากต่างประเทศเอง รับรองเลยว่าราคาถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน คุณภาพของยางจัดได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในบรรดายางอื่น ๆ

คนขายน่ารัก อัจธยาศัยดี บริการเป็นกันเอง ไม่ผิดหวังแน่นอน เช็คราคายางรถยนต์ ก่อนได้เลย

 

ภายใต้ สโลแกน Win Win คุณได้ เราได้

 

สั่งซื้อด่วน!!!

สินค้ามีจำนวนจำกัด!!

 

ค่าจัดส่ง 100 บาท ต่อชุดเท่านั้น !!

 

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่
086 307 2590, 085 060 6792 (24 ชั่วโมง) 
หรือ e-mail :
luxe99.product@gmail.com

ยาง 195/50R15

ยางรถยนต์ 195/50R15 Suntek STK HP ยางปี 2012

ราคาต่อเส้น 1,600 บาท | ราคาต่อชุด 6,400 บาท

ราคา 1,600.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ยาง 205/70R15

ยาง 205/70R15 ยี่ห้อ Tracmax #102 ยางปี 2012

ราคาต่อเส้น 2,000 บาท | ราคาต่อชุด 8,000 บาท

ราคา 2,000.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ยาง 215/55R17

ยาง 225/55R17 TracMax F106 ยางปี2012

ราคาต่อเส้น 1,600 บาท | ราคาต่อชุด 10,000 บาท

ราคา 2,500.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ยาง 215/45R17

ยาง 225/45R18 ยี่ห้อ TracMaxF106 ยางปี 12

ราคาต่อเส้น 2,300 บาท | ราคาต่อชุด 9,200 บาท

ราคา 2,300.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ยาง 205/45R17

ยาง 205/45R17 ยี่ห้อ Gremax Max3000 ยางปลายปี 10

ราคาต่อเส้น 1,900 บาท | ราคาต่อชุด 7,600 บาท

ราคา 1,900.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ยาง 225/45R17

ยางรถยนต์ 225/45R17 TracMax F106 ยางปี 2012

ราคาต่อเส้น 2,400 บาท | ราคาต่อชุด 9,600 บาท

ราคา 2,400.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ชื่อสินค้า 2

คำอธิบายรายละเอียดสินค้า 2

ราคา 0.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ยาง 225/45R18

ยางรถยนต์ 225/45R18 TracMax F106 ยางปี 2012

ราคาต่อเส้น 2,850 บาท | ราคาต่อชุด 11,400 บาท

ราคา 2,850.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ชื่อสินค้า 1

คำอธิบายรายละเอียดสินค้า 1

ราคา 0.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ชื่อสินค้า 2

คำอธิบายรายละเอียดสินค้า 2

ราคา 0.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

ยาง 245/40R18

ยางรถยนต์ 245/40R18 TracMax F106 ยางปี 2012

ราคาต่อเส้น 3,800 บาท | ราคาต่อชุด 15,200 บาท

ราคา 3,800.00 บาท

ส่งอีเมลล์ให้เพื่อน

  
ประกาศ
ข้อความโพสต์ล่าสุด
  
ความคิดเห็นล่าสุด
ความคิดเห็นสินค้าล่าสุด

บทความน่าสนใจ

การรีไซเคิลยาง

ในปัจจุบันการนำยางรถยนต์ที่เก่าแล้วมารีไซเคิลนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยในการลดขยะอีกทั้งยังช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดร์ออกไซด์หรือลดโลกร้อนนั่นเอง สำหรับการรีไซเคิลยางนั้นสามารถนำไปแปรรูปเป็นสินค้าได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นถังขยะก็ดี โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอ...

อ่านเพิ่มเติม...

ยาง Gremax

ยาง Gremax กับบริษัทผู้ผลิต บริษัทเจ้าของยาง Gremax คือ Crown Tyre Industrial หรือ Crown Internation Corporation ยางรถยนต์ผลิตในประเทศจีน จังหวัด Qingqao ประวัติบริษัท มีอายุ 15 ปี ราคาที่แข่งขันและคุณภาพที่เชื่อถือได้ ยาง Gremax ส่งออกไปยัง 35 ประเท...

อ่านเพิ่มเติม...

วิธ๊การดูแลรักษายางรถยนต์

11 ข้อน่ารู้ สำหรับยางรถยนต์ ที่มา http://www.goodyear.co.th/ คำถามคำตอบในส่วนต่อไปนี้ จะช่วยให้ท่านมีความเข้าใจถึงการดูแลรักษายางอย่างถูกวิธี อันจะส่งผลให้ท่านได้รับความปลอดภัยในการขับขี่ได้มากขึ้น และทำให้ยางมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น คุ้มค่ากับเงิน...

อ่านเพิ่มเติม...

สอบถาม
รู้หรือไม่ ทำไมรถแข่งถึงใช้ยางที่ไม่มีดอก

              สำหรับยางรถนั้นมีหน้าที่คือทำให้รถยังเกาะถนนไม่ลื่นไปไหน และไม่เสียหลักเมื่อมีการเลี้ยวหรือเบรก โดยทั่วไปแล้วยางจะประกอบไปด้วยดอกยาง ซึ่งที่ดอกยางก็จะมีช่องว่างอยู่ซึ่งจะคดเป็นหยัก ๆ หรือเป็นแนวตรง ๆ ก็แล้วแต่ยาง สำหรับรอยหยัก ๆ นั้นจะช่วยให้รีดน้ำให้ออกไปด้านหลังในขณะที่รถวิ่งไปด้านหน้า ซึ่งล้อต้องทำหน้าที่รีดน้ำออกไม่ต่ำกว่า 5 ลิตรต่อวินาทีเพื่อให้รถไม่ลื่นไปไหน แต่ถ้านำรถมาวิ่งบนถนนที่แห้งสนิทก็ไม่จำเป็นต้องใช้ดอกยางอีกต่อไปซึ่งจะทำให้หน้ายางสัมผัสกับถนนมากกว่าปกติทำให้เกาะถนนมากกว่าเดิม แต่ถ้ามีน้ำแม้แต่นิดเดียวก็สามารถทำให้รถเสียหลักได้ ดังนั้นเพื่อให้เกาะถนนได้อย่างมั่งคง รถแข่งจึงต้องใช้ยางที่ไม่มีดอกเพื่อให้รถเกาะถนนมากที่สุดซึ่งจะทำให้ขับได้ง่าย แต่ถ้าฝนตกตอนแข่งขัน รถแข่งก็ต้องเปลี่ยนกลับมาใช้ยางแบบมีดอก

การเติมลมยางที่ถูกต้อง


           การเติมลมยางนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งในการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัยและประหยัดน้ำมัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันมีประโยชน์มากกว่านั้นอีก ซึ่งการเติมลมต้องคำนึงหลาย ๆ สิ่งด้วยกัน

สิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับการเติมลม

  • การเติมลมนั้นต้องศึกษาข้อมูลของยางและรถให้ดีก่อน มิฉะนั้นอาจเกิดอันตรายกับท่านได้
  • ก่อนเติมลมควรเช็คอุณหภูมิของยางให้ดีก่อน ซึ่งการเติมลมที่ดีไม่ควรเติมตอนที่ยางยังร้อนอยู่
  • ถ้าหากท่านต้องใช้รถในการเดินทางระยะไกล สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือเติมลมยางเพิ่มอีก 3 - 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
  • ตรวจเช็คลมยางทุกสัปดาห์อย่างเป็นประจำ

คุณรู้หรือไม่ว่ารถคุณควรจะมีความดันของยางอยู่ที่เท่าไร

สำหรับรถกระบะนั้นความดันลมของยางควรจะอยู่ที่ 65 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แต่สำหรับรถเก๋งควรจะมีความดันอยู่ที่ 35-36 ปอนด์ต่อตารางนิ้วแต่ต้องดูอีกด้วยว่ารถเก๋งของคุณนั้นเป็นขนาดไหนถ้าเป็น

  • ขนาดเล็ก --- ความดันลมของยางควรจะอยู่ที่ 25 - 30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
  • ขนาดใหญ่ ---  ความดันลมของยางควรจะอยู่ที่ 30 - 35 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว

แล้วความดันของยางนั้นมีผลอย่างไรถ้าหากมันมีมากเกินไป

  • แน่นอนว่ากึ่งกลางของหน้ายางนั้นจะปริและสึกได้ง่ายกว่าปกติ
  • มีอัตราการยืดหยุ่นที่น้อยลงซึ่งมีผลทำให้เกิดการระเบิดได้ถ้าหากมีการกระแทกแรง ๆ
  • เกาะถนนได้ไม่ดี และมีโอกาสที่จะสูญเสียการทรงตัวได้

ถ้าน้อยเกินไปหล่ะ ?

  • เหมือนกับแข็งไปคือแก้มยางจะทำงานหนักกว่าปกติ ซึ่งทำให้สึกได้ง่าย
  • บังคับพวงมาลัยได้ยากขึ้นเพราะมันจะหมุนจากหากล้อยางไม่มีลม
  • ทักษะการทรงตัวในขณะขับขี่น้อยลง
หลักการคำนวณเกี่ยวกับขนาดของยาง

 

           หลายท่านอาจจะเคยโดนคนอื่นถามเกี่ยวกับขนาดยางบ่อยครั้งซึ่งคำถามหลัก ๆ เลยที่มักจะสงสัยกันก็คือล้อขนาดนี้ควรจะใช้ยางขนาดไหนซึ่งคำตอบของคำถามนี้มันมีวิธีการคำนวณง่าย ๆ ของมันอยู่เหมือนกันซึ่งถ้าไม่คำนวณแล้วไปซื้อเลยโดยไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องยางอาจจะเจอปัญหาเกี่ยวกับรถวิ่งไม่ออกบ้าง กินน้ำมันบ้าง ซึ่งล้อติดโช๊คบ้าง ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อยางถ้าเรามีล้อแล้วสิ่งแรกเลยคือการคำนวณหาขนาดยางที่พอดี

ซึ่งสูตรการคำนวณของมันคือ

D = ( W x ( 2S / 100 ) ) + d

โดยที่

  • D คือขนาดของยางซึ่งเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางของมัน
  • W คือ ความกว้างของยาง
  • S = ซีรีส์ของยาง
  • d = เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ

            ซึ่งล้อส่วนใหญ่มักจะให้ W , s และ d มา ดังนั้นการที่จะคำนวณหา D นั้นก็เป็นเรื่องที่ง่ายแล้วในตอนนี้ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถนำค่า D ไปเลือกซื้อยางได้แล้ว

ความรู้เรื่องยางรถยนต์

 

สำหรับดอกยางที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นจะมีอยู่ 3 ประเภทหรือลักษณะด้วยกันคือ

  1. ประเภท Dual หรือเรียกอีกอย่างว่าดอกยาง 2 ทิศทาง ซึ่งดอกยางประเภทนี้จะมีลักษณะสวนทางกันซึ่งเป็นดอกแบบปกติ ไม่เน้นใช้ในงานใดงานหนึ่ง ให้ความเร็วไม่สูงมากนัก รีดน้ำได้ระดับปานกลาง ใช้กับรถยนต์ทั่วไป
  2. ประเภท Rotation หรือเรียกอีกอย่างว่าดอกยางแบบทิศทางเดียว โดยปกติแล้วจะมีลูกศรบอกทิศทางที่บริเวณแก้มยางเพื่อบ่งบอกถึงทิศทางที่จะใส่ล้อได้อย่างถูกต้อง ซึ่งดอกยางประเภทนี้ถูกออกแบบให้รีดน้ำได้ระดับดีมาก ซึ่งมีประโยชน์คือทำให้รถสามารถควบคุมทิศทางได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการวิ่งลุยน้ำหรือพื้นที่ถนนเปียก ซึ่งเหมาะสำหรับรถวิบากเป็นอย่างมาก
  3. ประเภท Asysimatic หรือเรียกอีกอย่างว่าดอกยางไม่สมมาตร ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไม่สมมาตร ดังนั้นดอกยางรถมีลักษณะที่ไม่เท่ากัน ซึ่งด้านหนึ่งจะมีความหนากว่าอีกด้าน มีความเหมาะสมกับการเลี้ยวหรือเข้าโค้งบ่อย ๆ ใช้ได้ดีกับรถที่มีการเข้าโค้งบ่อย ๆ
ดอกยางแต่ละแบบมีประโยชน์อย่างไร

ในปัจจุบันนั้นดอกยางมีการผลิตออกมาด้วยกันหลายประเภทซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่หน้าที่สำคัญสำหรับยางก็คือเอาไว้เกาะถนนนั่นเอง ซึ่งยางที่ดีควรจะรีดน้ำได้เป็นจำนวนมากเพื่อที่รถของเราจะไม่ไถลไปไหน สำหรับดอกยางที่ดีนั้นควรมีความลึกของลายไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตรแต่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของรถด้วย และยางเองก็ควรมีอายุไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่ผลิต ซึ่งในปัจจุบันดอกยางนั้นได้มีการแบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน คือ

  • ดอกยางแบบละเอียด เรียกอีกอย่างว่า Rib Pattern ซึ่งลักษณะของมันจะเป็นแบบที่มีร่องคดโค้งเป็นแถวยาว ๆ ร่องตื้น สามารถเกาะถนนได้เป็นอย่างดีจึงทำให้การเลี้ยวสามารถทำได้ง่ายกว่าดอกยางแบบอื่น อีกทั้งยังป้องกันการลื่นของรถที่จะไถลไปด้านหน้าอีกด้วย เหมาะกับรถโดยสารเป็นอย่างดี
  • ดอกยางแบบบั้ง เรียกอีกอย่างว่า Lug Pattern ซึ่งมีลักษณะของดอกยางเป็นบั้ง ๆ ตามแนวขวาง ซึ่งบั้งแต่ละบั้งนั้นจะมีความลึก และมีเนื้อยางค่อนข้างมากจึงทำให้อายุการใช้งานยาวนาน มีความเหมาะสมกับรถบรรทุกเป็นอย่างมาก
  • ดอกยางแบบผสม เรียกอีกอย่างว่า Rib and Lug Pattern ซึ่งเป็นการผสมระหว่างแบบละเอียดกับแบบบั้งโดยตรงกลางจะเป็นแบบละเอียด ด้านซ้ายและขวาของหน้ายางจะเป็นแบบบั้ง ซึ่งคุณสมบัติของมันจะผสมระหว่างสองอย่างนี้เข้าด้วยกันจึงทำให้เหมาะกับรถที่วิ่งแบบต้องใช้ความเร็วแต่ไม่มาก ซึ่งมันจะสามรถใช้วิ่งบนผิวถนนที่ไม่เรียบได้เป็นอย่างดี
  • ดอกยางแบบบล็อก เรียกอีกอย่างว่า Block ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนเหลี่ยม ๆ หรืออาจจะเป็นรูปโค้งมนเรียงตัวกันอยู่ ด้วยลักษณะของมันจึงทำให้เหมาะกับทุกสภาพถนน สามารถเกาะถนนได้เป็นอย่างดีจึงทำให้เหมาะสมกับรถที่ต้องใช้ความเร็วสูง
ความรู้เรื่องหน่วยการรับน้ำหนักกับความเร็วสูงสุด

คุณรู้หรือไม่ว่าหน่วยการรับน้ำหนักของยางที่ระบุไว้นั้นนอกจากจะมีผลกับน้ำหนักสูงสุดที่ยางจะรับได้แล้วยังมีผลกับความเร็วสูงสุดที่จะวิ่งได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าหากเป็น 90H ตัวเลข 90 นั้นบ่งบอกว่าสามารถรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 600 กิโลกรัมต่อยางหนึ่งเส้น ส่วนตัว H นั้นบ่งบอกถึงความเร็วสูงสุดของมัน ซึ่งถ้าเราไม่ศึกษาถึงเรื่องความเร็วสูงสุดแล้วเราใช้ความเร็วเกินจากนั้น เชื่อเลยว่าไม่เกิน 5 นาทียางของคุณจะละลายแล้วเกิดสิ่งเลวร้ายกับคุณ ซึ่งตัวอักษรที่จะบอกถึงความเร็วนั้นมีดังนี้

  • S - 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • T - 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • U - 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • H - 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • V - 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • W - 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • Y - 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ZR - มากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การตรวจเช็คลมยางที่ถูกต้อง

  

          โดยปกติแล้วการดูแลยางนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นเลยคือการตรวจเช็คลมยางอยู่เป็นประจำซึ่งจะช่วยให้อายุของยางรถยนต์ที่ใช้นั้นอยู่กับเราไปได้นาน ๆ อีกทั้งยังช่วยในการประหยัดน้ำมันของท่านอีกด้วย ซึ่งลมยางนั้นควรจะมีความเหมาะสมซึ่งแข็งไปก็ไม่ดี อ่อนไปก็ไม่ดี ดังนั้นการตรวจเช็คลมยางให้ได้มาตรฐานอยู่เสมอ ๆ จึงเป็นเรื่องที่ควรจะตรวจเช็คอยู่เสมอซึ่งมีข้อที่ควรปฏิบัติตามดังนี้

  • ตรวจเช็คลมยางให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนดไว้ซึ่งอาจจะดูจากคู่มือแนะนำโดยยางแต่ละเบอร์ก็มีค่ามาตรฐานแตกต่างกันไปตามลักษณะของยาง
  • ในกรณีที่ซื้อยางมาใหม่ควรเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คอีกถ้ายังไม่พ้นช่วง 3000 กิโลเมตรแรกยิ่งต้องตรวจเช็คบ่อย ๆ เพราะว่ายางในช่วงแรก ๆ นั้นยังมีการขยายตัวค่อนข้างสูงซึ่งจะทำให้ลมยางลดได้ง่ายกว่าปกติ
  • หากไม่มีความจำเป็นห้ามปล่อยลมยางออกเด็ดขาดเพราะเมื่อความดันของตัวยางสูงขึ้นเนื่องจากรถวิ่ง ยางจะเกิดความร้อนซึ่งทำให้ความดันลมภายในยางสูงขึ้น แต่พอหลังจากยางเย็นตัวลงความดันที่ตัวยางจะลดลงเอง ซึ่งจะทำให้ลมยางนั้นกลับมาเป็นปกติ
  • ควรจะเปลี่ยนวาล์วและแกนวาล์วทุกครั้งหลังจากที่เปลี่ยนมาใช้ยางใหม่เพื่อเป็นการป้องกันลมรั่งซึมที่บริเวณวาล์ว และต้องปิดฝาวาล์วไว้ตลอดเวลา
  • ควรตรวจเช็ตลมของยางอะไหล่ทุกเดือน
ค่า Offset คืออะไร

            สำหรับค่าออฟเซ็ต (Offset) มันคือค่าระยะห่างระหว่างเส้นแบ่งครึ่งล้อตามแนวขวางกับหน้าแปลนของล้อซึ่งมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ค่าออฟเ็ซ็ตนี้จะส่งผลกับตำแหน่งล้อของเรา ซึ่งค่านี้จะบ่งบอกเลยว่าตำแหน่งนั้นยื่นออกหรือหุบเข้าไปมากเกินไป ดังนั้นการตั้งค่าออฟเซ็ตจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องตั้งค่าให้ถูกต้องและเหมาะสม

สำหรับค่าออฟเซ็ตที่เราระบุกันนั้นจะมีอยู่ 3 ค่าด้วยกัน

  • ค่าเท่ากับศูนย์ หรือเรียกว่า Zero Offset คือค่าระยะห่างที่หน้าแปลนตรงกับเส้นแบ่งครึ่งล้อตามแนวขวางพอดี
  • ค่าเป็นบวก หรือเรียกว่า Positive คือค่าระยะห่างระหว่างเส้นแบ่งครึ่งล้อซึ่งวัดไปถึงหน้าแปลนล้อแล้วมีทิศทางออกไปด้านนอกตัวรถซึ่งการปรับแบบนี้จะพบมากไปรถที่ขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นส่วนใหญ่ ค่าออฟเซ็ตที่ปรับกันเช่น +20 +30 +40 เป็นต้น
  • ค่าเป็นลบ หรือเรียกว่า Negative คือค่าระยะห่างระหว่างเส้นแบ่งครึ่งล้อซึ่งวัดไปถึงหน้าแปลนล้อแล้วมีทิศทางเข้าไปในตัวรถ เช่น -10 -20 เป็นต้น ซึ่งรถยนต์ที่ขับเคลื่อนล้อหลังมักจะใช้ค่าออฟเซ็ตเป็นลบหรือไม่ก็บวกน้อย ๆ ยิ่งถ้าเป็นรถแต่งแล้วมักไม่นิยมค่าออฟเซ็ตเป็นศูนย์เสียเท่าไร

          จากที่กล่าวมาท่านน่าจะพอทราบแล้วว่าค่าออฟเซ็ตเป็นอย่างไร ซึ่งรถแต่ละคันก็จะมีค่าออฟเซ็ตที่ไม่เหมือนกัน ท่านต้องศึกษาให้ดีก่อนว่ารถของท่านเหมาะสมกับค่าออฟเซ็ตที่เท่าไร เพื่อที่จะได้ตั้งค่าให้ถูกต้องและไม่เป็นปัญหาในภายหลังตามมา

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าล้อของเรามีค่าออฟเซ็ตที่เท่าไร

          ท่านทราบหรือไม่ว่าล้อแม็กซ์ของเรานั้นโดยปกติแล้วจะมีเขียนค่าออฟเซ็ตเอาไว้ซึ่งสามารถดูได้ด้วยตนเอง เช่น ET38 ซึ่งหมายถึง Offs"ET" 38 นั่นเอง หรือบางทีอาจจะเป็นตัวเลขลอย ๆ เช่นเลข 38 เลยก็ได้ซึ่งก็หมายถึง Offset 38 เช่นกัน แต่ถ้าหากว่าดูแล้วที่ล้อแม็กซ์ของท่านไม่มีเขียนเอาไว้ จะมีวิธีวัดอีกวิธีหนึ่งคือการใช้เครื่องวัดและคำนวนประกอบไปด้วยกัน

การตรวจเช็คสภาพล้อแม็กซ์ด้วยตนเอง

         วันนี้เราจะคำแนะนำมาบอกท่านเกี่ยวกับการตรวจสอบล้อแม็กซ์เมื่อเจอกับปัญหาต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าหลายคนคงเคยพบเจอกันมาบ้างแล้ว เช่น

         ล้อดุ้ง ซึ่งมันคืออาการของล้อแม็กซ์ที่โดนกระแทกจากสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกหลุม ตกบ่อ หรือไปกระแทกเข้ากับสันรอยต่อของถนน ซึ่งมันจะเป็นผลทำให้เกิดการสั่นระหว่างการขับขี่เนื่องจากล้อมีความเบี้ยว คดงอผิดรูปไปจากเดิม วิธีการตรวจสอบก็ดูได้จากสายตาว่าที่บริเวณแม็กซ์นั้นมีการบิดเบี้ยวหรือไม่ หรือหากใช้งานอยู่จะทราบได้ทันทีเพราะการขับขี่นั้นจะมีอาการสั่นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด หรือถ้าสงสัยก็ลองใช้แม่แรงยกรถขึ้นมาแล้วหมุนล้อดู ถ้ามีอาการแกว่งก็ชัดเจนเลยว่าล้อดุ้งแน่นอน

         ปัญหาเกิดรอยครูดที่ล้อซึ่งเป็นผลมาจากล้อแม็กซ์ของเรานั้นไปกระทบกับขอบถนน ซึ่งทำให้เนื้อล้อนั้นเป็นรอย สามารถตรวจสอบได้ง่าย เพราะถ้าครูดจริงจะเกิดรอยให้เห็นอย่างชัดเจน หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ชิ้นส่วนที่เสียหายนั้นลามเข้าไปภายในด้าน

         ปัญหาลมรั่วซึ่งเป็นปัญหาที่พบเจอบ่อยและสังเกตุได้ง่ายเพราะยางมันจะแบนผิดปกติ ต้องเติมลมบ่อยกว่าเดิม สาเหตุนั้นอาจจะเกิดมาจากขอบล้อแม็กซ์บางเกินไป มีสิ่งแปลกปลอมตกค้าง ขอบยางชำรุด ล้อแมกซ์เกิดรอยร้าว โดนของแหลมเจาะทะลุ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ถ้าพบเจอต้องรีบซ่อมทันที

การดูแลรักษาแม็กซ์ที่ชุบโครเมียม

           สำหรับล้อแม็กซ์นั้นมีอยู่หลายแบบด้วยกัน แต่จะมีอยู่แบบหนึ่งซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องความเงา ความสวยงามที่ใครหลายคนพากันอิจฉา แต่ถ้าหากมันหายเงา ไม่มีความสวยงามอยู่แล้วก็คงเป็นล้อแม็กซ์ที่ไม่มีคนสนใจแน่นอน ดังนั้นการดูแลรักษาให้มันเงา ให้มันสวยอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่คุณน่าจะทำอย่างเป็นประจำ

          สำหรับสาเหตุที่ทำให้มันหายเงาอาจเกิดขึ้นได้จากหลายกรณีด้วยกัน เช่น ความชื้นจากการล้างรถ ฝนตก ไม่เว้นแม้กระทั่งฉี่สุนัข ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผิวของแม็กซ์ที่ทำมาจากอัลลอยอะลูมิเนียมนั้นเกิดขี้เกลือขึ้นมา ในระยะแรก ๆ อาจจะทำให้เกิดแค่รอยเท่านั้น แต่ถ้าหากทิ้งไว้ในระยะเวลานานมันจะไปทำให้โครเมียมของท่านแตกอย่างแน่นอน บางรายรอยออกมาเป็นแผ่น ๆ เลยก็มี ถ้าท่านไม่อยากให้มันเกิดปัญหาแบบนี้ก็ควรทำความสะอาดอย่างเป็นประจำ ซึ่งการทำความสะอาดนั้นท่านเพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดให้สะอาด จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดให้ล้อแม็กซ์แห้งทันที เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

          ถ้าหากมันเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ทางแก้ไขนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากแน่นอน เพราะถ้ามันเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถแก้เพียงบางส่วนได้ ท่านต้องแก้ใหม่ทั้งล้อเลย ซึ่งมีกระบวนการหลายขั้นตอน เช่น การชุบใหม่ การลอกโครเมียม เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นในประเทศไทยตอนนี้ยังไม่มีร้านไหนที่ซ่อมได้โดยสมบูรณ์ สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาแล้วส่วนมากจะแก้ไขกันอยู่ 2 วิธีด้วยกันคือ การปัดเงาซ้ำกับการทำสีใหม่ไปเลย ซึ่งการปัดเงาใหม่จะทำโดยการใช้เครื่องขัดและน้ำยาขัดมาทำให้เงา แต่มีอายุการใช้งานที่ไม่ยาวนานนัก เพราะการปัดเงาใหม่นั้นเมื่อใช้ไปไม่นานก็จะกลับมาเก่าเหมือนเดิม สำหรับการทำสีใหม่นั้นทางผู้บริการจะนำล้อแม็กซ์มาลอกโครเมียมออกแล้วทำสีใหม่ทั้งหมดซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มักจะทำกันแบบนี้เนื่องจากมันมีราคาถูกกว่าและใช้งานได้ยาวนานกว่าการปัดเงา

ค่า PCD คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

 

ในวันนี้จะมากล่าวถึงค่า PCD หรือเรียกอีกอย่างว่า Pitch Circle Diameter ซึ่งมีความหมายว่า ระยะห่างของรูน็อตของล้อแม็กซ์ ซึ่งจะวัดจากเส้นผ่านจุดศูนย์กลางของรูน็อตทุกตัวเป็นเส้นวงกลม จากนั้นวัดค่าเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมนั้นมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร แต่ถ้ารูน็อตมีจำนวนเป็นเลขคู่ก็ให้วัดไปหารูน็อตฝั่งตรงข้ามได้ทันทีซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเป็นรถที่มีขนาดเล็กมักจะมี 4 รู หรือถ้าเป็นรถที่มีขนาดใหญ่จะมีถึง 6 รูทั้งนี้ก็เพื่อความแน่นหนาในการยึดกับตัวล้อของรถ

สำหรับการวัดค่า PCD สำหรับล้อแม็กซ์ที่มี 5 รูนั้นต้องมีการคำนวนเล็กน้อยเพราะเนื่องจากรูน็อตมันจะไม่ตรงกันดังนี้

  • A  คือระยะของเส้นผ่าศูนย์กลางของรูดุมล้อ
  • B คือระยะห่างจากขอบรูดุมล้อจนไปถึงขอบรูยึดน็อต
  • C คือระยะของเส้นผ่าศูนย์กลางของรูยึดน็อต

สูตรการคำนวนคือ PCD = (A/2) + B + (C/2)